บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (อังกฤษ: Bosnia
and Herzegovina) บางครั้งย่อเป็น
Bosnia, BiH, БиХ เป็นประเทศบอลข่านตะวันตกที่มีภูเขามาก
เดิมเป็นหนึ่งในหกสาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย
เมืองหลวงชื่อ : ซาราเยโว
ภาษาราชการ : ภาษาบอสเนีย ภาษาเซอร์เบีย และภาษาโครเอเชีย
จำนวนประชากร : 5,110,023 คน
(ขอบคุณที่มา http://www.geographicguide.com/europe-maps/political.htm)
สาธารณรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาดำรงอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายจนกระทั่งมีการร่วมลงนามในเอกสารแนบ
4 ของความตกลงเดย์ตัน (ซึ่งบรรจุรัฐธรรมนูญแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาไว้)
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1995 แต่เอกสารทางการอื่น ๆ เปิดเผยว่า
รัฐนี้ดำรงอยู่จนถึงสิ้นปี ค.ศ. 1997 เมื่อขั้นตอนการดำเนินงานตามความตกลงเดย์ตันสิ้นสุดและรัฐธรรมนูญแห่งบอสเนียฯ
มีผลบังคับตั้งแต่บัดนั้น[2] ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของสาธารณรัฐบอสเนียฯ
ตกอยู่ในภาวะสงครามบอสเนีย ในขณะนั้น กลุ่มชาติพันธุ์หลักอื่น ๆ
ในสาธารณรัฐบอสเนียฯ (ชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บและชาวบอสเนียเชื้อสายโครแอต)
จัดตั้งหน่วยการเมืองของกลุ่มตนขึ้น
(ได้แก่สาธารณรัฐเซิร์ปสกาและสาธารณรัฐโครเอเชียแห่งเฮิร์ตเซก-บอสเนียตามลำดับ)
ทำให้ชาวบอสนีแอกกลายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลักที่เหลืออยู่ของสาธารณรัฐบอสเนียฯ (ขอบคุณที่มาhttps://th.wikipedia.org/wiki)
Mostar เป็นเมืองและเขตปกครองของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาตอนใต้ มีประชากร 105,797 คน เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดในมณฑลเฮอร์เซโกวีนาทุนทางวัฒนธรรมและศูนย์กลางของมณฑล Herzegovina-Neretva Canton of the Federation Mostar ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Neretva River และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ Mostar ได้รับการตั้งชื่อตามผู้เฝ้าประตู (Mostari) ซึ่งในสมัยยุคเฝ้ายาม Stari Most (Old Bridge) เหนือ Neretva สะพานเก่าที่สร้างขึ้นโดยชาวออตโตมานในศตวรรษที่ 16 เป็นจุดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาและถือว่าเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่เป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิสลามในคาบสมุทรบอลข่าน (ขอบคุณที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Mostar)
มาเริ่มกันจากการนั่งรถเข้าเมือง Mostar ใจกลางเมืองล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสูง ต้นไม้เขียวขจี
จากนั่นก็เดินลัดเลาะ จะสังเกตุเห็นอาคารบ้านเรือน ตึกเก่าๆของที่นี่ เต็มไปด้วยร่องรอย กระสุนปืน ทั่วฝาผนังด้านนอก แต่อาคารเหล่านี้ ยังคงมีผู้คนอาศัยออยู่
ร่องรอยตกค้างจากภาวะสงคราม
อาคารนี้ชัดมากรอยกระสุนปืน สาดเต็มผนังบ้าน ปัจจุบันเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ สำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวกัน
จุดนี้มีมีบริการจุดชมวิวรอบเมืองด้านบน Bell Tower
แล้วก็เดินตรงออกจากโบสถ์ข้ามฝั่งถนนมา เพื่อไปชม เมืองเก่า Mostar กัน
ระหว่างทางเดินจะเห็นซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้างอันเนื่องจากภาวะสงคราม เรียงราย สลับกันไปกับอาคารที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
ก่อนเดินชมความงามของเมืองเก่ากัน ก็เลือกร้านอาหารมาเติมพลังกันก่อน วันนี้ขอบอกว่าอากาศร้อนมาก
ร้านนี้มีสาวน้อยเรียกลูกค้าโดดเด่นอยูหน้าร้าน น่าจะเป็นร้านเด่นของที่นี่ "SADRVAN"
คนเยอะมากทั้งด้านนอกและด้านใน เป็นร้านอาหารมุสลิม
นั่งปุ๊บมาเลยออร์เดิร์ฟ ขนมปัง
ทานคู่กับซุปไก่เข้มข้น เสริ์ฟด้วยถ้วยซุปอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านอาหารมุสลิม
มาแล้วจานหลักของเรา เนื้อบดอัดแท่งกริลล์ ห่อด้วยแป้งคล้ายแป้งพิตต้า แต่จะร้อนและนุ่มๆ ทานคู่กับเฟรนซ์ฟราย และผักสลัด
จิบด้วยไวน์แดง เข้ากั๊นเข้ากัน
ตบท้ายด้วยของหวานที่รสชาติอันแสนจะหวานซะเหลือเกิน
นี่เลยที่สำคัญ หนุ่มน้อยนักเสิร์ฟนี่เอง มากันเป็นตับเลยทีเดียว
ดูจะเฟรนด์ลี่มากมาย Super Boy 👍👍😃😝 บอกว่าให้ถ่ายรูปให้ซะงั้น จัดไปเด็ดๆสักภาพ
อีกแป๊บนึง หนุมน้อยก็เอา Post Card มาให้ บอกว่าส่งรูปให้ด้วยนะที่อยู่ตามนี้เลย แถมยังกดรหัส wifi แอดเฟรนส์ใน FB ให้อีกตะหาก 555 น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู "Thank you verry much for everything ...Lovely super boy and yummy foods "SADRVAN Restaurant" "😋😊
จากนั้นก็เดินกันต่อยาวปายยยย
หันกลับมามองเห็นสายน้ำลำธารอันยาวไกล
ด้านล่างริมลำธาร เรียงรายไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่
ล้วนเรียงรายไปด้วยของที่นะลึก สำหรับนักท่องเที่ยว ไปชมกันเลย เลือกชิ้นไหนดี
เก็บอีกภาพก่อนขึ้นไปด้านบน หาเครื่องดื่มเย็นๆซะหน่อย ไม่ไหวแล้วววว
..... 😎😝 .....
































































































































































0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น